อาการกรดไหลย้อน (GERD) เป็นภาวะที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องชั่วคราว และแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการกินยาลดกรด แต่แท้จริงแล้วมันคือสัญญาณเตือนจากร่างกาย ที่บอกว่าถึงเวลาต้อง ดูแลสุขภาพ อย่างจริงจัง เพราะตัวคุณเริ่มไม่ปกติแล้ว! หากปล่อยทิ้งไว้ อาการแสบร้อนกลางอก ไอเรื้อรัง หรือแม้แต่การเจ็บคอ อาจลุกลามไปสู่ภาวะโรคที่เป็นอันตรายกว่านั้นได้อย่างน่ากังวล บทความนี้เราอยากมาแนะนำแนวทาง การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ ที่เรียกได้ว่าเป็น เคล็ดลับสุขภาพ ที่ดีที่สุดในการจัดการกับปัญหานี้

ภาวะกรดไหลย้อนอาจแบ่งได้เป็น 4 ระยะด้วยกัน คือ
ระยะที่ 1 : ระดับอาการไม่รุนแรง คือ จะมีอาการเพียงแค่เดือนละ 1-2 ครั้ง
ระยะที่ 2 : ระดับอาการไม่รุนแรงนัก จะมีอาการในราวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ระยะที่ 3: อาการกำเริบบ่อยขึ้น มีอาการไอ อาเจียน หรือขย้อนอาหาร เพิ่มขึ้นจากอาการแสบร้อนในอก
ระยะที่ 4: เป็นระยะอันตรายที่สุด โดย 10% ของผู้ที่มีอาการในระยะที่ 3 จะมีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุหลอดอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่ การเป็นโรคมะเร็งได้
เคล็ดลับแก้กรดไหลย้อน ที่ได้ผลจริง
อาการกรดไหลย้อนสามารถพัฒนาไปสู่โรคร้ายที่น่ากลัวได้ แต่ส่วนใหญ่ปัญหาของอาการนี้เกิดจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ดังนั้นข่าวดีก็คือ เราสามารถที่จะการแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยตนเอง และส่งผลอย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพ เพียงแค่เราต้องเน้นที่การเปลี่ยนพฤติกรรมตาม เคล็ดลับสุขภาพ ในการกินและการใช้ชีวิตของเราอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น
ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เคล็ดลับสุขภาพ สำหรับผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อน
- หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นหลัก: งดหรือลดอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด (เผ็ด เค็ม เปรี้ยว) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และช็อกโกแลต สิ่งเหล่านี้จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักและกระตุ้นการหลั่งกรด
- เลือกกินเพื่อฟื้นฟู: เน้นโปรตีนไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ และไขมันดี เช่น อะโวคาโด ควรเลือกกิน กล้วยดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ มากกว่ากล้วยสุกงอม เนื่องจากกล้วยดิบมีสารที่ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ดี
- ผักและสมุนไพรช่วยได้: ควรรับประทานผักที่ผ่านการปรุงสุกด้วยวิธีต้ม/นึ่ง มากกว่าผักดิบ และสามารถบรรเทาอาการด้วย น้ำขิงอุ่น เพื่อช่วยขับลม หรือ น้ำว่านหางจระเข้ ที่สามารถช่วยสมานแผลในกระเพาะและทางเดินอาหาร
จัดการเวลาและท่าทาง เคล็ดลับสุขภาพ เพื่อปรับปรุงพฤติกรรม
- ห้ามนอนหลังกินอาหาร: นี่คือ เคล็ดลับสุขภาพดี ข้อสำคัญที่สุด ควรเว้นระยะห่างระหว่างมื้ออาหารสุดท้ายกับการนอนหลับอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารย่อยลงสู่ลำไส้เล็กก่อน
- ท่านอนที่ถูกต้อง: การนอนราบทำให้กรดไหลย้อนขึ้นหลอดอาหารได้ง่าย ควรเปลี่ยนมา นอนตะแคงซ้าย เนื่องจากตำแหน่งของกระเพาะอาหารจะอยู่ต่ำกว่าหลอดอาหาร ทำให้กรดไหลย้อนได้ยากขึ้น
- ยกระดับร่างกายส่วนบน: หากจำเป็นต้องนอนราบ ควรใช้อุปกรณ์หรือหมอนลิ่ม ยกระดับร่างกายส่วนบน (ตั้งแต่เอวขึ้นไป) ให้สูงขึ้นอย่างน้อย 6 นิ้ว ไม่ควร ใช้แค่หมอนสูงรองศีรษะ เพราะจะยิ่งเพิ่มแรงดันในช่องท้องและทำให้อาการแย่ลงได้
การฟื้นฟูเยื่อบุกระเพาะ เคล็ดลับสุขภาพ เพื่อการรักษาที่ยั่งยืน
การใช้ยาลดกรดเป็นเพียงการ “บรรเทาอาการ” แต่ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ เพื่อให้เกิดผลในการ ดูแลสุขภาพ ระยะยาวและหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจร้ายแรงถึงขั้นมะเร็งในอนาคต คุณต้องเน้นการ ฟื้นฟูเยื่อบุ กระเพาะอาหารและหลอดอาหารที่ถูกกรดทำลายไปแล้วด้วยการปรับโภชนาการควบคู่ไปกับการเปลี่ยนพฤติกรรมคือการสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ด้วยการ รับประทานเนื้อที่มีโปรตีนสูงแต่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ ไข่ , รับประทานไขมันดี เช่น อะโวคาโด หรือน้ำมันมะกอก เน้นการับประทานอาหารรสอ่อน และย่อยง่าย เน้นรับประทานผักที่ปรุงสุกด้วยวิธีการต้มหรือนึ่ง และเลือกรับประทานผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงแต่ย่อยง่าย เช่น แตงโม หรือแก้วมังกร รวมถึงเลือกรับประทานกล้วยที่ค่อนข้างดิบ (มีสีเขียว) หรือกึ่งสุกกึ่งดิบแทนกล้วยที่สุกจัด เพราะในกล้วยที่ยังไม่สุกดีมีสารลูโคไซนินช่วยสมานแผลในทางเดินอาหารได้
การทำตาม เคล็ดลับสุขภาพ ข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการ ดูแลสุขภาพ ทางเดินอาหารให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงในอนาคตได้อีกด้วย
สินค้าสปอนเซอร์คลิ๊กเลือกซื้อเพื่อสนับสนุนการผลิตเนื้อหาด้านการดูแลสุขภาพของเราได้


