ในยุคที่มลภาวะภายนอกบ้านอย่าง PM 2.5 เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของผู้คน การ ดูแลสุขภาพ ของลูกน้อยให้แข็งแรงปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่มีความท้าทายมากขึ้น แต่ภัยที่มองไม่เห็นอย่างมลภาวะจากฝุ่นขนาดเล็กเหล่านี้ บางครั้งก็ไม่ได้มาจากภายนอกบ้านเพียงอย่างเดียว แต่มันยังซ่อนตัวอยู่ในบ้านของเราเองได้อีกด้วย การป้องกันอาการภูมิแพ้ในเด็กจึงต้องเริ่มต้นจาก การจัดการสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ถูกวิธี ซึ่งเรื่องนี้เป็น เคล็ดลับสุขภาพ ที่พ่อแม่ทุกคนควรทราบ และข่าวดีคือ เราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงลงได้ด้วยวิธีการง่ายๆ

“ภูมิแพ้ในบ้าน” ปัญหาของเด็กยุคใหม่
จากการศึกษาพบว่าเด็กยุคใหม่ที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีลักษณะเป็นชุมชนเมืองและมีลักษณะการใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายกว่าเด็กที่อยู่กับธรรมชาติมากกว่า หรือคนในยุคสมัยก่อน ทั้งนี้เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาไม่ได้สัมผัสและฝึกฝนให้เผชิญกับเชื้อโรคตามธรรมชาติอย่างเพียงพอ จึงทำให้ร่างกายมีสภาพไวต่อสารก่อภูมิแพ้ และที่น่ากังวลคือสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้มักมีอยู่ภายในบ้านที่เราอยู่อาศัย นี่เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อหาแนวทางการ ดูแลสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการภูมิแพ้ในเด็ก
สารก่อภูมิแพ้หลักที่อันตรายและพบบ่อยที่สุดในบ้าน ได้แก่ ไรฝุ่น เชื้อรา และ เศษซากแมลง หรือสิ่งที่มากับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน การป้องกัน หรือ กำจัดสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้จึงเป็น เคล็ดลับสุขภาพ สำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ในเด็กได้อย่างมีนัยสำคัญ
ภูมิแพ้ในเด็กส่วนใหญ่จะแสดงอาการอยู่ในระบบอวัยวะ 3 ส่วน ได้แก่ ภูมิแพ้ที่แสดงอาการบริเวณจมูก (พบบ่อยที่สุด), ภูมิแพ้ที่แสดงอาการบริเวณผิวหนัง, และ อาการโรคหอบหืด
เคล็ดลับสุขภาพ เพื่อทำให้บ้านปลอดสารก่อภูมิแพ้
การจัดการสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อ ดูแลสุขภาพ ของลูกน้อย มีขั้นตอนที่ชัดเจนและทำได้ไม่ยาก หากแต่เมื่อทำอย่างครบถ้วนแล้ว สามารถช่วยลดปัญหาสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยดำเนินการดังนี้
จัดการห้องนอนให้สะอาดปลอดจากไรฝุ่น การจัดการส่วนนี้มีเรื่องที่ต้องทำหลักๆ อยู่ 2 ประการคือ
- ซักชุดเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน: ไรฝุ่นเป็นศัตรูอันดับหนึ่งที่สร้างสารก่อภูมิแพ้ในเด็ก ควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วย น้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ขึ้นไป ทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อฆ่าไรฝุ่นให้ตาย และควรนำเอาเครื่องนอนออกผึ่งแดดบ่อย วิธีนี้สามารถกำจัดตัวไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดของสะสมฝุ่น: เก็บตุ๊กตา พรม หนังสือเก่า และของประดับตกแต่งที่ไม่จำเป็นออกจากบริเวณที่เด็กอยู่ โดยเฉพาะหัวเตียง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งกักเก็บฝุ่นชั้นดี พูดง่ายๆ คือ ทำให้ห้องนอนสะอาดเรียบร้อยมากที่สุด ลดข้าวของที่ไม่จำเป็น และจุดต่างๆ ที่จะเกิดการสะสมฝุ่นให้เหลือน้อยที่สุด
ทำความสะอาดบ้านอย่างถูกวิธี ซึ่งทำได้ง่ายๆ ดังนี้
- ใช้ผ้าเปียกเช็ดหรือถูพื้น: หลีกเลี่ยงการกวาดบ้านด้วยไม้กวาดหรือใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น เพราะจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือเครื่องดูดฝุ่นแทน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถนำเอาฝุ่นออกไปจากบริเวณภายในตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สำรวจจุดและลดจุดอับชื้น: ตรวจสอบและทำความสะอาดบริเวณที่อับชื้นภายในบ้าน เนื่องจากมันเป็นบริเวณที่อาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา เช่น ห้องน้ำ ใต้ฝ้าเพดาน หรือบริเวณที่มีความชื้นสะสม เนื่องจากเชื้อราเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่อันตรายไม่น้อยไปกว่าไรฝุ่น
จัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน
- ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ: ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มี แผ่นกรอง HEPA เพื่อช่วยดักจับฝุ่น PM 2.5 และอนุภาคเล็กๆ อื่นๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศภายในบ้าน
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านเมื่อฝุ่นสูง: หมั่นตรวจสอบการประกาศค่า AQI ในพื้นที่บริเวณที่เราอยู่อาศัย หากสูงมีค่าเกิน 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ควรหลีกเลี่ยงการพาลูก โดยเฉพาะที่มีอายุไม่ถุง 2 ขวบ ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง
การป้องกันภูมิแพ้ในเด็กต้องใช้ความสม่ำเสมอและการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เป็น เคล็ดลับสุขภาพ ที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้กับลูกน้อยจากความเสี่ยงเรื่องการเกิดภูมิแพ้ภายในบ้านได้อีกด้วย คุณพร้อมที่จะสร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งทางสุขภาพให้กับลูกน้อยแล้วหรือยัง?
สินค้าสปอนเซอร์คลิ๊กเลือกซื้อเพื่อสนับสนุนการผลิตเนื้อหาด้านการดูแลสุขภาพของเราได้



